การพัฒนาอย่างยั่งยืน 10/09

การสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นต่างๆ

หลุยส์ วิตตองพยายามคงรักษาไว้ซึ่งสายสัมพันธ์อันดีกับชุมชนในแต่ละท้องถิ่นทั่วโลกที่เมซงร่วมงานด้วยโดยเป็นไปในรูปแบบการสนับสนุน การไม่แบ่งแยก และการว่าจ้างงาน

แนวทางปฏิบัติที่กำลังดำเนินการของเรา:

สร้างกรอบความร่วมมือระยะยาวกับ UNICEF ให้สำเร็จลุล่วง

พัฒนาความร่วมมือกับองค์กรในชุมชนต่างๆ ทั่วโลก

หลุยส์ วิตตอง และความร่วมมือกับ UNICEF: การคุ้มครองเด็กด้อยโอกาส

ในปี 2016 หลุยส์ วิตตอง และกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF) ร่วมลงนามเพื่อความร่วมมือระดับโลกในการสนับสนุนกลุ่มเด็กที่ตกอยู่ในความเสี่ยงอันตรายและเคยตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ทั่วทุกมุมโลก ความร่วมมือมุ่งเน้นไปที่การระดมทุนสำหรับ UNICEF เพื่อมอบการช่วยเหลือที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองดูแล รักษาชีวิต และรับรองสิทธิที่พึงมีของเด็กทั่วโลก

ระดมทุนด้วยการจัดทำสร้อยข้อมือ Silver Lockit Bracelet
จากการร่วมมือกับ UNICEF ในปี 2016 หลุยส์ วิตตองได้ออกแบบสร้อยข้อมือ Silver Lockit ขึ้นเพื่อจำหน่ายเป็นการระดมทุนให้กับ UNICEF หลังจากได้กระแสตอบรับเป็นอย่างดีในคอลเล็กชั่นแรกในปี 2016 นั้น ก็ได้มีการจัดทำคอลเล็คชั่นใหม่ขึ้นทุกปีด้วยสีสันและรายละเอียดที่แตกต่างกัน โดยตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา โปรเจ็กต์นี้ได้ระดมทุนให้กับ UNICEF ถึงกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯแล้ว
สร้างความตระหนักผ่านโปรแกรม "LVforUNICEF Reporters"
งแต่มีการร่วมมือเกิดขึ้น พนักงานอาสาสมัครของหลุยส์ วิตตองที่เรียกว่า "LVforUNICEF Reporters" ได้รับเชิญให้ไปที่ UNICEF ซึ่งจัดตั้งโปรแกรมทำงานภาคสนามอย่างที่ค่ายผู้อพยพ เพื่อให้ประจักษ์ว่าเงินทุนสามารถช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาส และเคยตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ได้อย่างไร
ระดมทุนด้วยการจัดงาน "LV World Run"
ในปี 2019 พนักงานของหลุยส์ วิตตองทั่วโลกได้รับเชิญให้เข้าร่วมงาน LV World Run for UNICEF’ เพื่อระดมทุนให้กับ UNICEF

ส่งเสริมให้เกิดบูรณาการในการทำงาน

พนักงานของหลุยส์ วิตตองทั่วโลกสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นด้วยการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนสามารถเข้าถึงการศึกษาและโอกาสในการทำงาน

หลุยส์ วิตตองใกล้ชิดกับสถาบันการศึกษาในแต่ละท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น

เราได้แนะนำเด็กและเยาวชนให้เข้าใจว่าลักษณะงานที่หลุยส์ วิตตองเป็นอย่างไร ทีมจากแผนกทรัพยากรบุคคลของเราเข้าร่วมในงานจัดหางานในทุกพื้นที่ที่หลุยส์ วิตตองดำเนินกิจการอยู่
ผู้รับหน้าที่สมัครงานชี้แนะให้เข้าใจถึงเมซงของเรา รวมถึงช่องทางก้าวหน้าในการทำงานที่หลุยส์ วิตตอง แนวคิดริเริ่มนี้ทำให้เราสามารถรับผู้ที่มีความสามารถตามท้องที่ต่างๆ เข้าทำงานกับเรา

เพิ่มโอกาสด้านการทำงานสำหรับคนที่มาจากพื้นที่ห่างไกลและด้อยโอกาสในประเทศฝรั่งเศส

สร้างพันธะสัญญาระดับชาติกับ PAQTE:

เพื่อรับรองว่าเราอยู่ใกล้ชิดเท่าที่เป็นไปได้มากที่สุดกับกลุ่มคนวัยทำงานตามท้องที่ต่างๆในประเทศฝรั่งเศส หลุยส์ วิตตองจึงได้กระชับความร่วมมือด้วยการลงนามข้อตกลง ‘Pacte Avec Les Quartiers pour toutes les Entreprises’ (PAQTE) ติดต่อขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลฝรั่งเศส เอ็นจีโอ และบริษัทเอกชนต่างๆ เพื่อสร้างความตระหนัก อบรม ว่าจ้าง และจัดซื้อสินค้าหรือบริการ ในพื้นที่ 1,514 แห่งที่ทางรัฐบาลฝรั่งเศสระบุว่าจำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาด้านการลงทุน (ผ่านการให้ข้อมูลจากกระทรวงที่ดูแลด้านความสมานฉันท์ของพื้นที่และความสัมพันธ์กับองค์กรท้องถิ่น Ministère de la Cohésion des Territoires avec les Collectivités Territoriales)

สร้างความร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นต่างๆ:

คือจำนวนผู้หางานหนุ่มสาวตั้งแต่ปี 2017 ที่ได้รับการแนะนำจากพนักงานหลุยส์ วิตตองระดับผู้จัดการ 93 คน เพราะด้วยความร่วมมือกับองค์กรหนึ่งในฝรั่งเศสที่ชื่อว่า ‘Nos Quartiers ont des Talents’ (NQT) จากจำนวนผู้หางานทั้งหมดนั้น มี 207 รายที่สามารถหางานที่ตรงกับคุณสมบัติได้ โปรแกรมให้คำปรึกษานี้จะช่วยให้การเข้าถึงตำแหน่งงานเป็นไปได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะกับนักเรียนนักศึกษาที่มาจากพื้นที่ด้อยโอกาสหรือที่ถูกเอารัดเอาเปรียบทางสังคม

สนับสนุนพัฒนาการสร้างทักษะ:

คือจำนวนวันทั้งหมดในการส่งเสริมพัฒนาทักษะ ที่มอบให้กับพนักงานในประเทศสหรัฐอเมริกาในปี 2019 เพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสใช้เวลาในการแก้ปัญหาในประเด็นที่สนใจ ภายในช่วงเวลา 48 ชั่วโมง มีพนักงานให้ความสนใจถึง 500 คนแม้เป็นการเปิดรับเป็นครั้งแรก โดยพวกเขาจะได้ใช้เวลา 1 วันเต็มในการทำหน้าที่ในองค์กรการกุศลที่พวกเขาเป็นคนเลือกเอง

ส่งเสริมการเข้าถึงงานทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม รวมไปถึงการรักษาไว้ซึ่งมรดกของเรา

หลุยส์ วิตตองมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับศิลปะหลากแขนงและมรดกทางภูมิปัญญาอันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเราช่วยให้เราสามารถส่งต่อความรู้ทางวัฒนธรรมไปได้ทั่วโลก

การแบ่งปันประวัติศาสตร์ผ่านงานนิทรรศการของหลุยส์ วิตตองซึ่งเปิดให้เข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ตั้งแต่ที่งานนิทรรศการ "Volez Voguez Voyagez" เริ่มขึ้นที่กรองด์ ปาเลส์ กรุงปารีส ในปี 2014 พื้นที่จัดแสดงเรื่องราวของจิตวิญญาณแห่งการเดินทางก็ได้ต้อนรับผู้เข้าเยี่ยมชมจากทั่วโลกกว่า 3 ล้านคน โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด
งานจัดแสดงเชิงวัฒนธรรมที่มีความแปลกใหม่นี้ทำให้ผู้เข้าเยี่ยมชมได้สัมผัสเรื่องราวน่าสนใจของหลุยส์ วิตตองในมุมมองที่สมจริงและเหมือนเป็นส่วนหนึ่งในนั้นด้วย

การนำศิลปะจากทั่วโลกมาจัดแสดงที่ Fondation Louis Vuitton ในโปรแกรม "Hors-les-murs"

ศูนย์ศิลปะและวัฒนธรรม Fondation Louis Vuitton ก่อตั้งขึ้นในปี 2014 โดยมีพันธกิจในการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ ทั้งในศูนย์ที่ปารีส ด้วยความร่วมมือกับสถาบันต่างๆของรัฐและเอกชน และในพื้นที่จัดแสดงพิเศษ Espace Louis Vuitton ที่โตเกียว เวนิซ มิวนิค ปักกิ่ง และโซล กับโปรแกรม "Hors-les-murs" ซึ่งมีการนำคอลเล็กชั่นผลงานศิลปะภายใน Fondation Louis Vuitton ที่ปารีสมาจัดแสดง โดยเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

การคงไว้ซึ่งมรดกของหลุยส์ วิตตอง

หลุยส์ วิตตองมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ท้องถิ่น ส่งเสริมให้สิ่งล้ำค่าเหล่านั้นคงอยู่ยั่งยืนยาวนานสมกับเป็นประวัติศาสตร์ที่ถูกจารึก

อาส์นิเยร์ ที่ "Maison de Famille" ของเรา

"Maison de Famille" อานิเยร์ถือเป็นหัวใจสำคัญของบริษัท
ตัวเวิร์กช็อปถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในแบบ "Eiffel style" อันประกอบไปด้วยกระจกและเหล็ก ต่อมาจึงสอดแทรกสไตล์อาร์ตนูโวและอาร์ตเดโคเข้าไป
เพื่อที่จะคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณของสถานที่แห่งนี้ที่มีความพิเศษและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ รายละเอียดทางด้านศิลปะจึงได้รับงานฟื้นฟูอย่างพิถีพิถันตลอดการบูรณะซ่อมแซม ปัจจุบันนี้เวิร์กช็อปอันเก่าแก่ยังคงถูกใช้เพื่อการทำงานตามปกติ เป็นจุดเริ่มต้นของหีบเดินทางและเครื่องหนังสั่งทำพิเศษที่ต้องใช้ทักษะเชิงช่างชั้นสูง ส่วนตัวอาคารที่เคยเป็นที่พำนักของครอบครัววิตตองได้ถูกปรับใช้เป็นพิพิธภัณฑ์

กราสส์, ที่ Les Fontaines Parfumées

เมื่อเดือนกันยายน ปี 2016 หลุยส์วิตตองได้ก่อตั้ง Les Fontaines Parfumées ขึ้น โดยใช้เป็นสถานที่รังสรรค์น้ำหอมที่ทางเมซงใช้ร่วมกับคริสเตียน ดิออร์
สถานที่นี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอันเขียวชอุ่ม ภายในสิ่งปลูกสร้างเก่าแก่กว่า 300 ปี เคยเป็นหนึ่งในโรงทำน้ำหอมที่เคยเปิดให้คนทั่วไปเข้าชมก่อนจะถูกทิ้งร้าง เป็นสถานที่ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นเมืองกราสส์และมรดกตกทอดอันยาวนาน จากศูนย์กลางการฟอกหนังสู่มหานครแห่งการทำน้ำหอมโลก
การบูรณะซ่อมแซมมุ่งเน้นไปที่การรักษาสภาพดั้งเดิม เคารพในเอกลักษณ์ท้องถิ่น ผสมผสานเข้ากับความล้ำสมัยและ นวัตกรรมจากศตวรรษที่ 21

อ่านเพิ่มเติม