- สำนักพิมพ์ของหลุยส์ วิตตอง 18/02

หนังสือ Louis Vuitton Manufactures

หนังสือฉบับเอ็กซ์คลูซีฟที่ตีพิมพ์โดย Assouline นำเสนอเรื่องราวของอาเตลิเยร์ต่าง ๆ ของหลุยส์ วิตตอง และการทำงานของเหล่าช่างฝีมือผู้อยู่เบื้องหลังการรังสรรค์ชิ้นงานสุดพิเศษของเมซง

หลุยส์ วิตตอง ถือกำเนิดขึ้นจากงานฝีมือ โดยมีแนวคิดว่า อาเตลิเยร์สามารถเป็นสถานที่เพื่อการเติมเต็มและความเป็นปัจเจกบุคคล สถานที่เหล่านี้คือที่ที่เรียนรู้ เคารพ และส่งต่อเอกลักษณ์ของความประณีตให้มีอยู่สืบไป โดยมีนวัตกรรมเป็นตัวขับเคลื่อน และมีช่างฝีมือเป็นผู้ท้าทายภาพลักษณ์ของการเป็นเวิร์คช็อปโบราณอย่างเป็นประจำ การทำให้แน่ใจว่า สถานที่ทำงานแห่งนี้อนุญาตและสนับสนุนพนักงานทุกคนให้พัฒนาทักษะได้จนถึงขีดสุดความสามารถ รวมไปถึงเคารพความเป็นเอกลักษณ์และความแตกต่าง จึงเป็นหัวใจของความสำเร็จที่มีมาอย่างยาวนานของหลุยส์ วิตตอง

หนังสือฉบับนี้ประกอบด้วยภาพถ่ายที่ถ่ายทำอย่างเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อหนังสือเล่มนี้โดยเฉพาะ โดยเน้นไปที่สถานที่และอาคารสุดพิเศษของอะเตลิเยร์ที่ตั้งอยู่ทั่วโลกของหลุยส์ วิตตอง รวมไปถึงเหล่าช่างฝีมือที่พิเศษและมีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะเป็นทั้งผู้ถ่ายทอดทักษะผ่านงานสร้างสรรค์ของหลุยส์ วิตตอง พร้อมสืบทอดเทคนิคและเอกลักษณ์ความประณีตของผู้ก่อตั้งให้มีอายุสืบต่อไปยังศตวรรษที่ 21

“โดยพื้นฐานแล้ว นี่ไม่ใช่เรื่องของกระเป๋า แต่เป็นเรื่องของนวัตกรรม”

– Michael Burke, Louis Vuitton Chairman และ CEO

หีบ

ประเพณีการรังสรรค์หีบของหลุยส์ วิตตอง โดยช่างฝีมือที่เปี่ยมด้วยทักษะ ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมือและเอกลักษณ์ความประณีตแบบถ่องแท้ คือหัวใจของตำนาน อาเตลิเยร์ของเมซงใน Asnières ที่ชานเมืองของกรุงปารีส คือจุดยุทธศาสตร์สำคัญของมรดกการรังสรรค์หีบที่มีอายุยาวนานกว่า 160 ปีของหลุยส์ วิตตอง ด้วยทักษะและการใช้เครื่องมือแบบดั้งเดิมที่ใช้มาตลอดตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ในวันนี้ ผู้เชี่ยวชาญที่เวิร์คช็อปทำการตัด สร้างให้เป็นรูปร่าง เย็บ ติดกาว ตอก และประกอบร่างหีบทุกใบขึ้นด้วยความแม่นยำอันน่าเคารพและความอดทน โดยตั้งแต่หีบทรงโดมใบแรกจนถึงงานออกแบบในสไตล์ทันสมัยที่สุดที่รังสรรค์ขึ้นในปัจจุบัน จิตวิญญาณของหลุยส์ วิตตอง ยังคงขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยชื่อเสียงด้านความยอดเยี่ยมและความเชี่ยวชาญดังที่เคยเป็นมาตลอด และความปรารถนาที่จะยกระดับการเดินทางให้เป็นศิลปะ

© Oliver Pilcher

เครื่องหนัง

เพราะมีอาเตลิเยร์หลายแห่งในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งรวมถึงแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใน Beaulieu-sur-Layon และเวิร์คช็อปสุดล้ำ ณ Ranch Rochambeau ในเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ช่างฝีมือที่เปี่ยมด้วยทักษะของหลุยส์ วิตตองจึงสามารถรักษามรดกด้านงานฝีมือและนวัตกรรมทางเทคนิคได้อย่างสมดุล ซึ่งเป็นการช่วยยกระดับความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือท้องถิ่น ตั้งแต่การรังสรรค์กระเป๋าสำหรับใช้ในชีวิตประจำวันไปจนถึงชิ้นแฟชั่นบนรันเวย์ที่มีเอกลักษณ์ของตัวเองในแต่ละชิ้น งานออกแบบทุกชิ้นได้รับการปฏิบัติในฐานะชิ้นงานที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งต้องได้รับการดูแลและให้ความสนใจในระดับสูงสุดในทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การเลือกสรรไปจนถึงการตรวจสอบในขั้นตอนสุดท้าย โดยทั้งหมดล้วนต้องพึ่งพาความเชี่ยวชาญด้านเอกลักษณ์ความประณีตอันแสนพิเศษ

© Oliver Pilcher

จิวเวลรี่

เอกลักษณ์ความประณีตของเมซง ที่ผสมผสานงานฝีมืออันโดดเด่นเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีอะไรเทียบได้ ได้รับการถ่ายทอดที่อาเตลิเยร์ไฮจิวเวลรี่ของหลุยส์ วิตตอง ที่ตั้งอยู่บน Place Vendôme อันทรงเกียรติ กรุงปารีส ที่นี่ มาสเตอร์จิวเวเลอร์จะแบ่งปันความรู้ความเข้าใจอันลึกซึ้งและแรงบันดาลใจที่มีต่องานประดิษฐ์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ขณะเดียวกันก็รับหน้าที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของอาร์ททิสติกไดเรกเตอร์ Francesca Amfitheatrof เพื่อที่จะสร้างสรรค์และไฮไลต์อัญมณีล้ำค่าทุกชิ้น ช่างฝีมือผู้เปี่ยมด้วยทักษะชั้นสูงจะต้องเอาชนะความท้าทายด้านเทคนิคจำนวนนับไม่ถ้วนด้วยความแม่นยำระดับสูงสุด เพื่อให้ได้มาซึ่งงานสร้างสรรค์ที่มีความซับซ้อนอย่างน่าเหลือเชื่อ

© Oliver Pilcher

การประดิษฐ์นาฬิกา

อาเตลิเยร์ La Fabrique du Temps ของหลุยส์ วิตตองที่ตั้งอยู่ในเมืองหลวงของการประดิษฐ์นาฬิกามาตั้งแต่ปี 2014 รวบรวมผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาชีพด้านนาฬิกามาไว้ในที่แห่งเดียว เพื่อให้เมซงสามารถแปรเปลี่ยนจิตวิญญาณแห่งความคิดสร้างสรรค์และงานฝีมือคุณภาพเยี่ยมให้กลายเป็นงานศิลปะอันยิ่งใหญ่ ตั้งแต่นาฬิกาหลุยส์ วิตตองเรือนแรก คอลเล็คชั่นนาฬิกาสุดล้ำที่กำลังเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้หลุยส์ วิตตองได้รับสมญานามว่าเป็น ผู้ผลิตนาฬิกาชั้นยอด โดยช่างฝีมือแต่ละท่าน ตั้งแต่ High Complication Watchmakers และ Dial Makers ไปจนถึง Movement Constructors จะรับหน้าที่ที่แตกต่างกันที่อะเตลิเยร์เพื่อร่วมกันรังสรรค์นาฬิกาที่มีเอกลักษณ์และมีสไตล์เหนือกาลเวลา

© Oberto Gilli

รองเท้า

อาเตลิเยร์สำหรับรังสรรค์รองเท้าของหลุยส์ วิตตอง ตั้งอยู่ที่หัวใจของแคว้นที่โด่งดังด้านความเชี่ยวชาญด้านรองเท้าอย่าง Fiesso d’Artico ประเทศอิตาลี ซึ่งหลอมรวมไดนามิกของทั้งแคว้นและเมซงได้เป็นอย่างดี ที่นี่ เอกลักษณ์ความประณีตดั้งเดิมได้รับการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น โดยการใช้ความสุนทรียภาพสไตล์อิตาเลียนเป็นเครื่องนำทางสัญชาตญาณ และโดยมือที่จดจำวิธีการสร้างสรรค์ชิ้นงานได้โดยไม่ต้องใช้สายตามอง ไม่ว่าจะเป็นสมดุลของโค้ง ความสมบูรณ์แบบของข้อเท้า หรือการวางตำแหน่งของโลโก้ การออกแบบรองเท้าที่ใช้เวลาในการสร้างสรรค์ตั้งแต่การร่างแบบแรกไปจนถึงผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่ายเป็นเวลากว่า 8 เดือน มีขั้นตอนการผลิตที่พิเศษกว่า 150 - 200 ขั้นตอน ตั้งแต่การเย็บและสอยไปจนถึงการทำพาทิน่าและการติดตำแหน่งส้นรองเท้า

© Oberto Gilli

คอลเล็คชั่น Ready-to-Wear

หลังเปิดตัวเสื้อผ้าคอลเล็คชั่นแรกในปี 1998 หลุยส์ วิตตองก็ได้สร้างชื่อเสียงก้องโลกในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้หลังจากนั้น เมซงได้ร่วมงานกับศิลปินดังมากมายทั้ง Takashi Murakami, Richard Prince และ Stephen Sprouse โดยคอลเล็คชั่นของแต่ละฤดูกาลและงานออกแบบคัสตัมสำหรับพรมแดงต่าง ๆ ถูกออกแบบและรังสรรค์ขึ้นด้วยความสมบูรณ์แบบและเปี่ยมด้วยรายละเอียดอันพิถีพิถันภายในอาเตลิเยร์ของเมซงในปารีส ซึ่งทั้งหมดล้วนถ่ายทอดความเชี่ยวชาญของช่างปัก ช่างทำขนนก ช่างทำพลีต และช่างฝีมือทุกท่านผู้แปรเปลี่ยนสเก็ตช์งานออกแบบของสตูดิโอให้กลายเป็นเสื้อผ้าสุดแสนพิเศษ

© Oliver Pilcher

น้ำหอม

Les Fontaines Parfumées ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อน้ำหอมสุดวิจิตรโดยเฉพาะ คือบ้านสำหรับเวิร์คช็อปน้ำหอมของหลุยส์ วิตตองในเมืองกราสส์ อันเป็นเมืองหลวงของโลกสำหรับการสรรหาวัตถุดิบและการสร้างศิลปะของน้ำหอมมายาวนานถึง 5 ทศวรรษ ที่นี่คือสถานที่ที่มาสเตอร์เพอร์ฟูเมอร์ Jacques Cavallier Belletrud แปรเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นน้ำหอมขึ้น

© Oliver Pilcher