การพัฒนาอย่างยั่งยืน 11/09

การยอมรับและผนวกความแตกต่าง

หลุยส์ วิตตองเป็นบริษัทที่เคารพในความโดดเด่นเฉพาะตัวของพนักงานแต่ละคนและเสนอวิถีทางให้มีจุดยืนและความก้าวหน้า

ภารกิจที่เรากำลังดำเนินการ

อบรมพนักงานให้ได้ทั้งหมด 100% เพื่อป้องกันการสร้างอคติโดยไม่ตั้งใจและการตีกรอบทัศนคติภายในปี 2022

การตีพิมพ์รายละเอียดลักษณะของงานที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมและไม่แบ่งแยก

รับรองโอกาสอย่างเท่าเทียม

เราส่งเสริมแนวคิดในการให้โอกาสอย่างเท่าเทียมแก่ทุกคนอย่างจริงจัง มากกว่าแค่ใช้มาตรการในเชิงสัญลักษณ์

ของการส่งเสริมในปี 2018 มุ่งเน้นไปที่กลุ่มเพศหญิงซึ่งถือเป็น 72% ของพนักงานที่หลุยส์ วิตตอง ในปี 2013 เครือ LVMH และหลุยส์ วิตตองได้ลงนามในข้อตกลง UN Women’s Empowerment Principles ซึ่งทำให้พันธะสัญญาของเราในการสนับสนุนสิทธิสตรีและการพัฒนาในระดับโลกมีเสถียรภาพมากขึ้น ภายในกรอบข้อตกลงนี้ เราจึงสามารถร่างแผนปฏิบัติการประจำปีเพื่อความเท่าเทียมทางเพศขึ้นโดยครอบคลุมในทุกขอบเขตของการทำงาน ตั้งแต่การสมัครงาน การย้ายตำแหน่งงาน การให้ค่าตอบแทน การสร้างสมดุลของงาน-ชีวิตส่วนตัว ไปจนถึงสุขภาพในการทำงาน

ปี 2019 เป็นปีที่เครือ LVMH ลงนามในข้อตกลง UN Standards of Conduct for Tackling Discrimination เพื่อคุ้มครองกลุ่ม LGBTQI+ ข้อตกลงดังกล่าวช่วยทำให้พันธะสัญญาของเราในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยอมรับและผนวกความแตกต่างของกลุ่มพนักงาน LGBTQI+ มีความแข็งแกร่งและมีขอบเขตที่กว้างยิ่งขึ้น ซึ่งก่อนที่จะมีการลงนามข้อตกลงดังกล่าวได้มีการริเริ่มพันธะสัญญามาแล้วตั้งแต่ปี 2018 จากการจัดทำดัชนีชี้วัดการยอมรับการมีส่วนร่วมและผนวกความแตกต่าง LVMH Inclusion Index LVMH Inclusion Index.

คือจำนวนของเชื้อชาติที่แตกต่างหลากหลายในทีมงานหลุยส์ วิตตองทั่วโลก ปี 2020 นี้เรากระจายอยู่ใน 62 ประเทศ พร้อมกับการเป็นผู้นำด้านความหลากหลายทางสังคมและวัฒนธรรมทั้งในส่วนของพนักงานและผู้จัดหาวัตถุดิบ

คือจำนวนพนักงานทุพพลภาพที่ทำงานอยู่ที่หลุยส์ วิตตองทั่วโลกในปี 2020 เมซงของเรามีพันธกิจที่จะเปิดรับบุคคลทุพพลภาพเข้าทำงาน และส่งเสริมให้เกิดการยอมรับในทิศทางที่เป็นรูปธรรม

การย้ำชัดถึงบรรยากาศการทำงานที่ยอมรับและผนวกความแตกต่าง

หลุยส์ วิตตองมีพันธกิจที่จะทำให้สถานที่ทำงานในทั่วโลกตั้งอยู่ในหลักเกณฑ์ของการเคารพความแตกต่างและส่งเสริมทุกการมีส่วนร่วม

ทั่วโลก

ป้องกันการสร้างอคติโดยไม่ตั้งใจและทัศนคติแบบตีกรอบ

โปรแกรมที่ริเริ่มขึ้นในปี 2018 นี้มีจุดประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาของการสร้างอคติและความคิดแบบตีกรอบที่มีผลต่อกระบวนการทำงานทุกขั้นตอน รวมไปถึงคุณค่าของความแตกต่างหลากหลายในที่ทำงาน ระหว่างการทำเวิร์กช็อป พนักงานจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความหมายที่แตกต่างของคำว่าลำเอียง การเหมารวม และการแบ่งแยก สามารถวิเคราะห์การสร้างอคติโดยไม่ตั้งใจตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงสามารถสร้างแผนปฏิบัติการเพื่อป้องกันการแบ่งแยกในที่ทำงาน และแทนที่ด้วยการส่งเสริมโอกาสอันเท่าเทียม

ส่งเสริมการพัฒนาสตรีด้วยโปรแกรม "EllesVMH"

EllesVMH ได้รับการริเริ่มขึ้นในปี 2007 โดยเครือ LVMH มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาสตรีในทุกตำแหน่งและระดับประสบการณ์ ผ่านการฝึกสอน ให้คำปรึกษา อบรม และชี้แนะให้เห็นถึงช่องทางก้าวหน้าในสายอาชีพ ในปี 2018 โปรแกรม EllesVMH ได้สร้างแพตฟอร์มดิจิตัลสำหรับสังคมออนไลน์ภายในองค์กรที่ชื่อ SHERO โดยมีทั้งบทความ วิดีทัศน์ พอดแคสต์ ฯลฯ เพื่อให้ทั้งเพศหญิงและชายมีความมั่นใจในการทำงานในเครือ LVMH

ประเทศฝรั่งเศส

การอบรมเรื่อง "พฤติกรรมกีดกันทางเพศและคุกคามทางเพศในที่ทำงาน"

การกีดกันทางเพศสร้างความเชื่อและพฤติกรรมในการแบ่งแยก โดยเริ่มจากแนวคิดพื้นฐานที่ว่าคนต่างเพศ หรือขยายความได้ว่าคนต่างเพศสภาพซึ่งส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงนั้นด้อยกว่า การกีดกันทางเพศจึงเป็นอุปสรรคสำคัญในการนำไปสู่ความเท่าเทียมระหว่างหญิงและชาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในที่ทำงาน เราเริ่มโดยการจัดอบรมให้พนักงานแต่ละทีมที่ปฏิบัติงานอยู่ต่างท้องที่ในประเทศฝรั่งเศสเพื่อป้องกันและต่อสู้กับการกีดกันทางเพศก่อนที่จะลุกลามและปรากฏให้เห็นเด่นชัด

การทำงานร่วมกับบุคคลทุพพลภาพด้วยการร่วมมือกับ ESATs และ EAs

ESATs (ย่อมาจากภาษาฝรั่งเศสว่า Etablissement et Services d’Aide par le Travail) คือภาคีองค์กรที่ให้การช่วยเหลือทางสังคมและสุขภาพ โดยให้การช่วยเหลือกลุ่มบุคคลทุพพลภาพให้สามารถใช้ชีวิตในสายอาชีพ ด้วยเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ต่อการทำงาน และให้การอุปถัมป์ทางการแพทย์และทางสังคม ส่วน EAs (ย่อมาจากภาษาฝรั่งเศสว่า Entreprises Adaptées) คือกลุ่มภาคีบริษัทที่ว่าจ้างพนักงานทุพพลภาพให้ทำงานในสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมและเอื้อต่อการทำงานของพวกเขาได้สูงสุดถึง 80% ของพนักงานทั้งหมด ในประเทศฝรั่งเศส หลุยส์ วิตตอง ได้พัฒนาความร่วมมือกับกลุ่มภาคี ESATs และ EAs มากถึง 44 แห่ง ด้วยทุนหมุนเวียนมากกว่า 5 ล้านยูโรในปี 2019 ในการทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการขนส่ง หรือด้านกระบวนการผลิตเชิงอุตสาหกรรม

ประเทศญี่ปุ่น

สนับสนุนการจ้างงานบุคคลสูงวัย

สำหรับหลุยส์ วิตตอง การเก็บรักษาพนักงานอาวุโสเอาไว้ เพื่อเป็นเสาหลักในการส่งต่อองค์ความรู้ คือปัจจัยสำคัญที่สามารถตอกย้ำในเชิงภูมิภาค ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา เราเปิดโอกาสให้พนักงานสูงวัยสามารถเลือกทำงานเกินช่วงอายุเกษียณตามกฎหมายกำหนดด้วยความสมัครใจได้ ซึ่งโอกาสนี้ทำให้เราสามารถเพิ่มศักยภาพของพนักงานโดยเชื่อมต่อช่องว่างระหว่างช่วงวัยเอาไว้ได้

ประเทศสหรัฐอเมริกา

การไม่แบ่งแยกเพศในเอกสารสำคัญภายใน

ในประเทศสหรัฐอเมริกา หลุยส์ วิตตอง ได้ร่างคู่มือสำหรับพนักงานขายโดยแทนสรรพนามระบุเพศหญิงและชายว่า "เขา" และ "เธอ" ด้วยการเรียกแบบกลางๆ ว่า "พนักงาน" หรือ "พวกเขา" แทน คู่มือเวอร์ชั่นใหม่นี้ยังประโยชน์ให้กับเหล่าพนักงานที่ไม่ต้องการแบ่งแยกเพศ สภาพ โดยแนวคิดนี้ยังขยายผลไปสู่การกำหนดทิศทางที่ว่า เมื่อถึงขั้นตอนของการสมัครงาน พนักงานสามารถระบุเพศสภาพของตัวเองได้ว่าเป็น "เพศชาย", "เพศหญิง" หรือ ‘ไม่ประสงค์จะระบุเพศใด"

การรับรองในการแต่งกายและสไตล์ที่ไม่แบ่งแยก

ในร้านของหลุยส์ วิตตอง ข้อปฏิบัติที่เกี่ยวกับการแต่งกายและสไตล์ที่ระบุถึงเพศหรือเพศสภาพได้ถูกยกออกไป พนักงานประจำร้านจะไม่ได้รับยูนิฟอร์มตามเพศสภาพและมีสิทธิ์เลือกในแบบของตัวเอง มากไปกว่านั้นแนวทางการแต่งหน้าและทรงผมยังไม่ยึดโยงกับเพศสภาพเช่นเดียวกัน การแต่งกายและสไตล์ของพนักงานแต่ละคนที่สะท้อนออกมาผ่านทรงผม สีผิว และรูปร่างเป็นเครื่องยืนยันถึงความหลากหลายของพนักงานของเรา

การสร้างวัฒนธรรมการเป็นส่วนหนึ่งสำหรับพนักงานในกลุ่ม LGBTQIA+ ผ่าน ALL LVMH Pride

Louis Vuitton Americas ภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “All LVMH Pride” กลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเพื่อพนักงานที่เป็น LGBTQIA+ และพันธมิตรในทวีฟอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นโครงข่ายที่ก่อตั้งขึ้นโดยพนักงาน เพื่อพนักงาน และเปิดกว้างสำหรับทุกคน โดยเป็นกลุ่มที่พร้อมปฏิบัติงาน ต่อสู้ และเฉลิมฉลองความหลากหลาย การเป็นส่วนหนึ่ง และความเที่ยงแท้ของ LGBTIQIA+ ด้วยเป้าหมายอันแข็งแกร่งในการปฏิบัติงานของกลุ่ม งานท้องถิ่นทั้งภายในและภายนอก และพันธมิตรท้องถิ่น โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ LVMH Inclusion Index ประจำปี 2020 และกำลังจะกลายเป็นโครงข่ายระดับโลกของ LVMH ในการสนับสนุนกลุ่ม LGBTQIA+

เอเชียใต้

รับรองการรักษาพยาบาลที่เท่าเทียมสำหรับพนักงานกลุ่ม LGBTQI+

ในประเทศฟิลิปปินส์ ไม่มีกฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องการสมรสเพศเดียวกัน การครองคู่ที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย หรือการรับรองความสัมพันธ์แบบคู่อาศัย ซึ่งถึงแม้ว่าจะไม่มีตัวบทกฎหมายรองรับ หลุยส์ วิตตอง ได้เสนอสวัสดิการด้านการดูแลรักษาพยาบาลให้แก่คู่รักของพนักงานกลุ่ม LGBTQI+ ในฟิลิปปินส์ด้วยตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา เพื่อให้พวกเขาได้ประโยชน์อย่างที่สมควรได้รับโดยไม่แบ่งแยก แนวคิดริเริ่มนี้ยังถูกเลือกให้ระบุอยู่ในดัชนีชี้วัดการไม่แบ่งแยก (LVMH Inclusion Index) ประจำปี 2020 ด้วย

เอเชียเหนือ

สร้างความตระหนักโดยอบรมเกี่ยวกับเรื่องทุพพลภาพ

ทุกปีตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา หลุยส์ วิตตอง ประเทศเกาหลีใต้ได้จัดการฝึกอบรมเพื่อสร้างความตระหนักเกี่ยวกับความทุพพลภาพที่มีความหลากหลายในที่ทำงาน ตั้งแต่แรกเริ่มก็ได้มีพนักงานจำนวนกว่า 1,200 คนเข้ารับการฝึกอบรมจนสามารถเข้าใจถึงการทำงานร่วมกับพนักงานใหม่ที่เป็นบุคคลทุพพลภาพและคอยให้การช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้นในทิศทางที่ดีขึ้น

อ่านเพิ่มเติม