การพัฒนาอย่างยั่งยืน 12/09

ความมุ่งมั่นต่อความคิดสร้างสรรค์แบบหมุนเวียน

ผลิตภัณฑ์หลุยส์ วิตตองได้รับการออกแบบให้มีอายุการใช้งานยาวนาน โดยในทุกขั้นตอนการสร้างสรรค์ มาจากการวิเคราะห์ผลกระทบที่จะเกิดกับสิ่งแวดล้อมตลอดอายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ โดยดำเนินงานดังนี้: อนุรักษ์ต้นทุนทางธรรมชาติด้วยการใช้ทรัพยากรสำหรับผลิตในปริมาณที่น้อยลง สรรหาช่องทางวัสดุสำหรับผลิตในการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และพยายามใช้พลังงานให้น้อยลงที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์

ความมุ่งมั่นของเรา

100% ของผลิตภัณฑ์จะต้องผ่านขั้นตอนการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายในปี 2025

100% ของการจัดงานอีเวนท์และกระจกหน้าร้านจะต้องใช้วัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิลภายในปี 2025

การออกแบบผลิตภัณฑ์อย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เราไม่หยุดยั้งในความคิดสร้างสรรค์ที่ก่อให้เกิดการหมุนเวียนเพื่อยืดอายุการใช้งานผลิตภัณฑ์ให้ยาวนานขึ้น

การลดการใช้วัสดุสำหรับผลิต:

การทำผลิตภัณฑ์ตัวอย่างด้วยเทคโนโลยี 3D: การทำผลิตภัณฑ์ตัวอย่างทุกขั้นตอน ตั้งแต่การสแกนโมเดลไปจนถึงการพิมพ์ 3 มิติ ผ่านการคิดอย่างรอบคอบเพื่อลดการก่อให้เกิดของเสียให้ได้มากที่สุด และด้วยเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและสามารถใช้งานได้หลากหลาย เราสามารถปรับแต่งและเปลี่ยนสีได้รวดเร็ว ซึ่งทำให้เราสามารถเพิ่มโอกาสในการสร้างสรรค์ และกำจัดเศษวัสดุเหลือใช้

การนำวัสดุมาใช้ซ้ำ:

การใช้วัสดุสำหรับผลิตให้เกิดประโยชน์สูงสุดคือหนึ่งในเรื่องที่เราให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ซึ่งในปี 2018 หลุยส์ วิตตองได้จัดทำโครงการ Cuirs Patrimoine (หนัง Heritage) ขึ้นเพื่อเน้นให้ตระหนักถึงเศษหนังที่ไม่ได้ใช้งาน
โครงการนี้ ทำให้เราได้ใช้หนังที่เหลืออยู่ในคลังของเมซงในการสร้างสรรค์คอลเลคชั่นต่อ ๆ ไป
ในปี 2020 เราจัดงานภายในขึ้นเพื่อให้ตระหนักถึงเศษหนังเหลือจากการใช้งาน ซึ่งทำให้เราได้ค้นพบความคิดในการนำหนังกลับมาใช้ซ้ำได้เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า และสามารถจัดตั้งการใช้อย่างเป็นระบบโดยทีมสร้างสรรค์ของเรา
ตัวอย่างที่ชัดเจน ได้แก่ การที่สตูดิโอ Visual Image Studio เลือกใช้หนัง Heritage ที่ไม่ได้ใช้งานกว่า 9,000 ตารางเมตรในการรังสรรค์กระจกหน้าร้านร้านประจำคอลเลคชั่น Summer 2019
สำหรับกระจกหน้าร้าน องค์ประกอบกว่า 7,500 ชิ้นรังสรรค์ขึ้นจากเศษหนังเหลือใช้ประมาณ 130,000 ชิ้น

การอัพไซเคิลผลิตภัณฑ์

การอัพไซเคิลคือศิลปะในการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้แล้วเป็นผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ที่สวยงามขึ้นและมีคุณค่าด้านการใช้งาน
คอลเล็คชั่น Be Mindful ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2019 คือคอลเล็คชั่นอัพไซเคิลคอลเล็คชั่นแรกของหลุยส์ วิตตอง
คอลเลคชั่น Be Mindful ชุบชีวิตผ้าพันคอผ้าไหมขึ้นใหม่ให้กลายเป็นแอ็คเซสซอรีและจิวเวลรี
คอลเลคชั่น Be Mindful ปรับแต่งและชุบชีวิตผ้าพันคอผ้าไหมจากคอลเลคชั่นก่อน ๆ ด้วยการนำผ้าคลุมไหล่หรือผ้าพันคอมาเดินตะเข็บใหม่หรือเปลี่ยนให้กลายเป็นกำไล ต่างหู และแอคเซสซอรีอื่น ๆ

การรีไซเคิลวัสดุ

เราจัดทำโครงการใหม่ ๆ เพื่อลดของเสียที่ตกค้าง และชุบชีวิตของเหลือใช้จากการผลิตอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างเช่น การรีไซเคิลเศษหนังให้กลายเป็นตัวเสริมกระเป๋า หรือผสมผสานกับกระดาษเพื่อสร้างวัสดุใหม่ขึ้น เช่น ถุงกระดาษ Papier Cuir สำหรับอีเวนท์พิเศษ
เรามองหาวิธีใหม่ ๆ ในการนำวัสดุกลับมาใช้ซ้ำและรีไซเคิล เพื่อใช้วัสดุสำหรับผลิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งยังศึกษาช่องทางที่ดีที่สุดในการจัดการกับวัสดุเมื่อสิ้นสุดอายุการใช้งาน เช่น การบริจาควัสดุเหลือใช้แก่มูลนิธิหรือสถาบันการแพทย์ ขณะเดียวกันก็สนับสนุนให้มีการรีไซเคิลผ้าหรือเหล็กเหลือใช้เพื่อจุดประสงค์ทางอุตสาหกรรม

การรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้มีอายุการใช้งานยาวนาน

บริการ Client Care & Repair ของเรา:

เวิร์คช็อป Client Care & Repair ทั่วโลกรังสรรค์ผลิตภัณฑ์หลุยส์ วิตตองทุกชิ้นให้มีอายุการใช้งานยาวนาน และสามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น โดยเราตระหนักถึงการซ่อมแซมเพื่อต่ออายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ขั้นตอนแรกอย่างการดีไซน์ เวิร์คช็อปของเราจึงมีการเตรียมชิ้นส่วนสำรองไว้เพื่อให้สามารถใช้เพื่อซ่อมแซมผลิตภัณฑ์ได้เมื่อจำเป็น โดยไม่ต้องใช้วัสดุชิ้นใหม่ ซึ่งอีกนัยหนึ่งก็เป็นการลดความต้องการวัสดุสำหรับผลิตด้วย

ขวดน้ำหอมที่สามารถเติมได้: น้ำหอมทุกขวดของหลุยส์ วิตตอง นอกจากจะสามารถรังสรรค์ในสไตล์ของคุณได้ด้วยบริการสลักตัวอักษร ยังบรรจุในขวดที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งสามารถนำกลับมาเติมได้ที่ร้านผ่านระบบอันล้ำสมัย ซึ่งเป็นการยืดอายุการใช้งานขวดน้ำหอมได้ถึง 5 ปี และเป็นการสดุดี Fontaines Parfumées เวิร์คช็อปที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ณ เมืองกราสส์ วิธีการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมนี้เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ โดยการทำแม่พิมพ์เพียง 1 ชิ้นสำหรับผลิตขวดทุกขวดเพื่อให้ใช้วัสดุสำหรับผลิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถปรับเปลี่ยนเครื่องมือและขั้นตอนการผลิตได้

การออกแบบอีเวนท์และกระจกหน้าร้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เรามุ่งมั่นที่จะลดการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากแฟชั่นโชว์ นิทรรศการ และการตกแต่งหน้าร้าน โดยคำนึงถึงอายุการใช้งาน

การลดการใช้วัสดุสำหรับผลิต

หลุยส์ วิตตองใช้วิธีออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากการตกแต่งหน้าร้านต่อความหลากหลายของวงจรทางชีวภาพ

ตัวอย่างเช่น กระจกหน้าร้านประจำฤดูร้อน 2020 ที่ประกอบด้วยฝูงปลารังสรรค์มาจากพลาสติกที่ผ่านการรีไซเคิล ซึ่งรวมถึงเศษขยะทางน้ำทะเลที่นำมารีไซเคิล
แฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Men ประจำฤดูกาล Spring-Summer 2020 ที่จัดขึ้นที่ Place Dauphine ที่กรุงปารีสไม่ได้มีการก่อสร้างเพิ่มเติม โชว์นี้จึงไม่ก่อให้เกิดของเสียที่เกิดจากโครงสร้างใด ๆ อีกทั้งองค์ประกอบฉาก เช่น โต๊ะและเก้าอี้ ยังเป็นการเช่ามา หรือหากซื้อ ก็นำไปบริจาคแก่คู่ค้าด้านศิลปะและวัฒนธรรมในกรุงปารีสในภายหลัง

การใช้วัสดุที่สิ้นสุดอายุการใช้งานแล้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ประสิทธิภาพโดยรวม

ของวัสดุที่ใช้สำหรับอีเวนท์สำคัญ และดิสเพลย์ขนาดใหญ่ในปี 2019 ถูกนำกลับมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิล

การนำกลับมาใช้ใหม่

ขององค์ประกอบฉาก เช่น โครงสร้าง ที่นั่ง ไฟ และกระจก Plexiglass ที่ใช้ตกแต่งแฟชั่นโชว์ Louis Vuitton Women ประจำฤดูกาล Spring-Summer 2019 ที่จัดขึ้นที่กรุงปารีสถูกนำไปบริจาคให้กับสถาบันทางวัฒนธรรมหลายแห่งเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่

การบริจาค

ขององค์ประกอบฉากที่ใช้ในนิทรรศการ Time Capsule ที่จัดขึ้นที่ประเทศเม็กซิโกในปี 2019 ถูกส่งต่อให้องค์กรการกุศลท้องถิ่น 2 แห่ง สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เลี้ยงดูเด็กหญิง 60 คน และองค์กรที่ช่วยพัฒนาชุมชนพื้นเมืองใน Oaxaca ประเทศเม็กซิโก

การรีไซเคิล

ของวัสดุ เช่น ไม้ เหล็ก พรม หรือแก้ว ที่ใช้เพื่อสร้างโครงสร้างนิทรรศการ Volez, Voguez, Voyagez ในปี 2018 - 2019 ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ถูกรีไซเคิลโดยคู่ค้าและทีมงานในเมืองเซี่ยงไฮ้ของเรา

อ่านเพิ่มเติม